Friday, July 14, 2006

DrRider (and Boss) in the USA -- ภาคจบ

เขียนมาเป็น trilogy เลย ตอนนี้ชักขี้เกียจแล้ว ความจำสั้น ผ่านมาจะครึ่งเดือนแล้ว -_-'

ทีนี้ก็ถึงวันกลับ... เนื่องจากเครื่องที่ออกจาก Pittsburgh ไป LA มันออกประมาณแปดโมงครึ่ง และเวลา check-in โดยทั่วไปก็คือ 2 ชั่วโมงก่อนเครื่องออก ดังนั้นวันนี้เลยต้องแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ตีห้า อาบน้ำแช่น้ำ (เพราะต้องแกร่วบนเครื่องบินอีกเป็นสิบชั่วโมง ดังนั้นขอสบายก่อน) แปรงฟันแต่งตัว ชงกาแฟกิน (ในห้องมีกาแฟถุง Starbuck กับเครื่องชงกาแฟให้) แล้วก็ลงมา check-out ที่ lobby เจอกับเพื่อนที่จะไปเที่ยวบินเดียวกัน เอาหล่ะ เพื่อนลองไปถาม door boy ดูเผื่อมีรถไปส่งสนามบินฟรี แต่ปรากฏว่า คนละ $US20 เลยไปแท็กซี่ดีกว่า ถูกกว่าเยอะ (ขากลับรถไม่ติดค่าแท็กซี่รวมทิปก็ยังถูกกว่าขามาพอสมควร) และได้เรียนรู้อะไรอีกอย่างว่า แท็กซีที่ USA นี่ขับได้เก่งพอๆ กับแท็กซีไทย สามารถซอกแซกไปตามเลนต่างๆ ที่พอจะแทรกไปได้แบบหวาดเสียวเล็กๆ -_-"

หลังจากไปถึงสนามบิน ก็ไป check-in ทีนี้ดันต่อแถว self check-in ซึ่งเอาละสิ ไม่รุ้รายละเอียดการเดินทางเลย หมายเลขตั๋วอะไรก็ไม่มีเพราะว่า ไม่มีที่ print จำไม่ได้ ฯลฯ สรุปต้องให้เจ้าหน้าที่เขาช่วย (ตรงนี้ไม่ต้องทิปแฮะ) ผ่านมาได้ก็ไปตรวจกระเป๋า ซึ่งหลายๆท่านทราบดีว่า การโหลดกระเป๋าขาออกจากอเมริกานั้น ห้ามล็อคกระเป๋า เพราะหากเกิดแจ็คพ็อตเจ้าหน้าที่ต้องการตรวจกระเป๋าของท่าน สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ ท่านต้องซื้อล็อคใหม่เอง เพราะเขาจะตัดล็อคโดยไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น ก็ไม่มีอะไร ส่งเข้าเครื่อง X-ray ตามปกติ แต่ช้าก่อน... เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นอะไรแปลกๆ ในกระเป๋าก็เลยเรียกเจ้าของ (ผมกับ boss) มาดู นึกในใจ อะไรอีกวะ แจ็คพ็อตจริงๆ มาอเมริกาคราวนี้ เปิดๆ ค้นๆ ดูก็ไม่มีอะไร คาดว่าอาจจะเห็นกระจกหรือแฟ้มอะไรซักอย่างแล้วมันผิดสังเกต ก็บอกโอเค แล้วก็ปล่อยกระเป๋าโหลดขึ้นเครื่องได้ หลังจากนั้นก็ไปที่ gate แน่นอนว่าต้องผ่านการตรวจกระเป๋าถืออีกรอบ แจ็คพ็อตตามเคย -_-' กระผมโดนเรียกเข้า track พิเศษแล้วตรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วก็ถูๆ หาสารระเบิดเช่นเคย (boss กับเพื่อนอีกคนไม่โดน) ชักเหนื่อยกับอเมริกาแล้วอะ -_-' ผ่านเสร็จเราก็ไปที่ส่วน terminal กันแล้วก็หาข้าวเช้ากิน คราวนี้ไปนั่งกินร้าน grille ในสนามบิน กินไก่ย่างโปะชีสกินกับ broccoli และมันฝรั่ง ถูกกว่าร้านข้างนอกเยอะอะ จานละ US$10 กว่าๆ อร่อยด้วย



หลังกินเสร็จก็ไปนั่งรอขึ้นเครื่องเพื่อไป LA พอได้เวลาก็ไป (เครื่องบินที่นี่ตรงเวลาดีแฮะ) ถึง LA ก็ต้องไปนั่งรออีกกว่า 10 ชั่วโมงเพราะเครื่องมันออกห้าทุ่มครึ่ง T-T ระหว่างนี้เดินหาปลั๊กกับสัญญาณ wi-fi จนทั่ว แต่สัญญาณมันอ่อนเอามากๆ จนไปเจอ Access point ของ JAL lounge ใช้ฟรี :) (แต่ไม่รู้เจ้าของเขาให้ใช้หรือเปล่าเพราะบิน Qantas) ที่จริงเพื่อนที่ออสเตรเลียฝากเงินมาซื้อ Creme de La Mer แต่ยังซื้อให้ไม่ได้ เพราะยังไม่มี Boarding pass ต้องรอจนเคานท์เตอร์ของ Qantas เปิด (ประมาณห้าโมงเย็น) หลังได้ Boarding pass ก็ไปซื้อของจาก duty free (ไม่เคยรู้จักมันมาก่อนเหมือนกัน แต่พอรู้ว่ามันแพงสุดๆ) เอาเป็นว่าได้ราคาที่ดีกว่าออสเตรเลียหรือไทยมากก็แล้วกัน (คนขายบอก คนไทยมาซื้อกันเยอะ)

พอได้เวลาห้าทุ่มก็ไปรอขึ้นเครื่อง ทีนี้เป็นครั้งที่ผ่าน security ได้ง่ายที่สุด แม้ว่าจะลืมเอามือถือออกจากเอว (แหะๆ) ก่อนจะขึ้นเครื่องกลับออสเตรเลีย...

หลังจากได้ไปอเมริกามารู้สึกได้ว่า security มันเยอะจริงๆ หว่ะ (พอเข้าใจว่าหลัง 9/11 ก็ควรจะเป็นอย่างงั้นน่ะ) แต่รู้สึกอึดอัดอย่างแรง แล้วก็ในความรู้สึกคือความเป็นมิตรมันน้อยกว่าออสเตรเลียเยอะ อีกอย่างคือทำไมกรูโดนตรวจอยู่เรื่อยเลยวะ (ถามเพื่อนอีกคนที่เป็นคนจีนบอกว่า ตอนไปอเมริกาเขาก็โดนเยอะแบบนี้แหละ เป้าหมายในการตรวจคงจะมุ่งที่ Asian/middle east male ก่อน นี่ถ้ามีเคราเยอะๆ หรือโพกหัวด้วยคงโดนแก้ผ้าตรวจด้วยมั้ง หุหุ)

สรุป ไปอเมริกาคราวนี้ได้ Learning Python มาเล่มนึง จบดีก่า...

ปล. ฉลองครบรอบ 50 posts แล้วเฟร้ย... Woohoo!
ปล.2 วันนี้เพิ่งได้ ShipIt! หลังจากสั่งไปเกือบ 2 เดือน มี Ubuntu x5 กับ Kubuntu x5 แล้วก็สติกเกอร์ x12 สั่งมาเผื่อแจกเพื่อนแถวนี้ใครอยู่ออสเตรเลียอยากได้มาหาผมที่บ้านได้นะ :D (ค่าส่งไปรษณีย์มันแพง... แหะๆ)

4 comments:

plynoi said...

อเมริกาเป็นเป้าหมายโจมตีที่ใหญ่ที่สุดในโลกมั้ง เหอๆๆๆ
แล้วก็พุ่งเป้ามาที่ชาติตนเองไปทำไว้มากที่สุดก็ตะวันออกกลาง
กะเอเซียนี่แหละ

ว่าแต่อาหารใน airport น่ากินแหะ

Keng said...

น่ากินแต่แพงโพดๆ อ่ะ

Mk said...

ผมเคยไปทัวร์ฝรั่งเศสกับที่บ้าน ขากลับแม่โดนเรียก เค้าบอกว่ากระเป๋ามีปืน!!!

ค้นกันเป็นครึ่งชม. ได้ อย่างเครียด ปรากฎว่าเป็นปืนโจรสลัด Euro Disney ที่น้องมันซื้อมา ถุง Disney ยังอยู่เลย คนตรวจนี่ฮาขี้แตก

ม่อน said...

ไม่เคยไปสนามบินเลยอ่ะ