Thursday, December 16, 2010

Driving License 2010

วันนี้เพิ่งไปต่ออายุใบขับขี่มา (5 ปีเป็น 5 ปี เนื่องจากเกิดไม่ทัน ไปสอบใบขับขี่ไม่ทันรุ่นตลอดชีพ) โดยหลังจากได้อ่านบล็อกของใครหลายๆ คนถึงความเปลี่ยนแปลงในการต่ออายุใบขับขี่แล้ว ก็เริ่มบังเกิดความสับสน เช่น ใช้หรือไม่ใช้ ใบรับรองแพทย์/สำเนาบัตรประชาชน/สำเนาทะเบียนบ้าน อะไรแบบนี้ และสรุปไม่ได้สักที พอเปิดเข้าไปที่ ขนส่งเขต 2 ก็บอกว่าใช้ บัตรประชาชนและสำเนา, ใบรับรองแพทย์, ใบขับขี่ตัวจริง (ถ้าทำใบขับขี่แบบกระดาษให้เอารูปไปด้วย)

Sunday, October 10, 2010

PopCap games for ฿250 each~

ปกติซื้อเกมของ PopCap ก็ได้ราคาไทยๆ คือ 250 บาทต่อเกม (อาจมีส่วนลด แล้วแต่ว่าสมัครโปรแกรม Passport รึเปล่า) แต่ช่วงหลังๆ เห็นว่าเริ่มมีบางคนเข้าเว็บ PopCap แล้วดันขึ้นราคา US$ คือ $19.99 ซึ่งมันแพงกว่าราคาไทยตั้งสองเท่าแน่ะ ก็ไม่ได้เอะใจอะไรมาก แต่ปรากฎว่าวันนี้ใช้ Firefox เข้า PopCap แล้วดันขึ้น $19.99 อะ (แต่ Safari กับ Chrome เข้าแล้วยังเป็นราคาไทย) ก็เริ่มหาว่ามันเกิดอะไรขึ้น เลยลองล้าง cookie ของ Safari แล้วปรากฎว่า ราคามันก็กลายเป็น US เหมือนกัน ทีนี้เลยลองไปไล่ๆ ดู Cookies จากเว็บ PopCap แล้วปรากฎว่า ค่าประเทศ (geo_location) มันขึ้นว่า US เลยลองเปลี่ยนค่านี้ให้เป็น TH แล้วปรากฎว่า Voila! ราคากลับมาเป็นราคาไทยแล้ว ว่ะ ฮ่ะ ฮ่า

ทีนี้แต่ละ browser มันก็มีวิธีในการแก้ไข cookie ต่างๆ กัน เช่น ใน Safari (mac) มันเก็บ cookies เอาไว้ที่


~/Library/Cookies/Cookies.plist


ข้างในก็เป็น format แบบ XML สามารถใช้ editor ตัวไหนเข้าไปแก้ก็ได้ ค้นหาคำว่า geo_location แล้วแก้ค่า value ให้เป็น TH

ส่วน Firefox นั้น เล่นเก็บ Cookies ไว้เป็น format sqlite ทำให้ไม่สามารถใช้ editor เข้าไปแก้ตรงๆ ได้ เลยต้องลง Extension เพิ่มเติม นั่นคือ Edit Cookies นั่นเอง พอลงเสร็จ แล้วก็ไปที่ Tools > Cookies Editor ค้นหา ค่าข้างต้นแล้วก็เปลี่ยนประเทศเป็น TH

ทีนี้ก็ขอให้สนุกกับเกมของ PopCap ในราคาไทยๆ ได้แล้วครับ Enjoy!

Wednesday, September 29, 2010

Aitakute ima 「逢いたくていま」

I just like this song by Misia... It is also the original soundtrack of Jin (仁), a Japanese drama, currently broadcast on TPBS channel. First time I heard this song, I was thinking of the legendary composer of Final Fantasy franchise, Nobuo Uematsu :p (I also found an MV of this song on YouTube but is apparently shorter than this version; maybe it's a single version). Alright, please enjoy.






初めて出会った日のこと覚えてますか?
過ぎ行く日の思い出を忘れずにいて
あなたが見つめた全てを感じていたくて
空を見上げた今はそこで私を見守っているの?
教えて・・・

今逢いたい あなたに伝えたいことが沢山ある
ねぇ 逢いたい 逢いたい
気づけば 面影 探して 悲しくて
どこにいるの? 抱きしめてよ
私はここにるよ ずっと

もう二度と逢えないことを知っていたなら
繋いだ手をいつまでも離さずにいた
「ここにいて」と そう素直に泣いていたなら
今もあなたは変わらぬまま私の隣で笑っているかな

今逢いたい あなたに
聞いて欲しいこと いっぱいある
ねぇ 逢いたい 逢いたい
涙あふれて 時はいたずらに過ぎた
ねぇ 逢いたい 抱きしめてよ
あなたを 想っている ずっと

運命が変えられなくても 伝えたいことがある
「戻りたい」あの日 あの時に叶うなら 何もいらない

今 逢いたいあなたに
知って欲しいこといっぱいある
ねぇ 逢いたい 逢いたい
どうしようもなくて 全て夢と願った
この心は まだ泣いている
あなたを 想っている ずっと


hajimete deat ta hi no koto oboe te masu ka ?
sugiyuku hi no omoide o wasure zu ni i te
anata ga mitsume ta subete o kanji te i taku te
sora o miage ta ima wa soko de watashi o mimamot te iru no?
oshie te . . .

ima ai tai anata ni tsutae tai koto ga takusan aru
ne? ai tai ai tai kizuke ba omokage sagashi te kanashiku te
doko ni iru no ? dakishime te yo watashi wa koko niru yo zutto

mou nidoto ae nai koto o shit te i ta nara
tsunai da te o itsu made mo hanasa zu ni i ta
' koko ni i te ' to sou sunao ni nai te i ta nara
ima mo anata ha kawara nu mama watashi no tonari de warat te iru ka na

ima ai tai anata ni kii te hoshii koto ippai aru ne?
ai tai ai tai
namida afure te toki ha itazura ni sugi ta ne?
ai tai dakishime te yo anata o omot te iru zutto

unmei ga kae rare naku te mo tsutae tai koto ga aru
' modori tai ' ano hi ano toki ni kanau nara nani mo ira nai

ima ai tai anata ni
shit te hoshii koto ippai aru ne?
ai tai ai tai dou shiyou mo naku te
subete yume to negat ta kono kokoro wa mada nai te iru
anata o omot te iru zutto

Special thanks to Kanji Romaji Hiragana Convert to help me get the romaji ;)

Tuesday, July 27, 2010

Annual vehicle registration

ปีนี้ได้โอกาสไปเสียภาษีรถยนต์ประจำปีเอาเอง เลยได้รู้อะไรที่ควรรู้แต่ไม่เคยรู้มาก่อนพอสมควร เพราะเมื่อก่อนตอนยังผ่อนรถไม่หมด บริษัท leasing เค้าก็ไปเสียภาษีให้ พอผ่อนหมด ไปออสเตรเลีย ก็ได้แม่ยายช่วยไปต่อภาษีให้ (จริงๆ คือฝากตัวแทนทำ พรบ. กับ ประกันชั้น 1 ไปทำ) ไม่เคยได้ไปต่อภาษีเองกับเค้าสักที

ปีนี้ทุกอย่างกลับมาอยู่กับเราหมด แล้ว ถึงเวลาต้องเสียภาษีก็ต้องหาข้อมูลกันเล็กน้อย (แน่นอน google เป็นที่พึ่งที่ดี) ก่อนอื่น ใช้หาเว็บ กรมการขนส่ง ซะก่อน ซึ่งเมื่อเข้าไปก็พบว่า เป็นเว็บที่ใช้งานยากชิบ ตามแบบเว็บราชการไทยทั่วไป หาอะไรก็ไม่ค่อยเจอ เจอหัวข้อ แต่พอเปิดเข้าไปก็ 404 ซะงั้ง - -' อ๊ะ นี่ไม่ใช่บล็อกบ่นเรื่อง web usability เดี๋ยวจะเข้าใจผิด เอาเป็นว่า พอจะหาข้อมูลได้จากหัวข้อ สาระน่ารู้ ละกัน ซึ่งบอกเอาไว้ว่า คุณสามารถไปชำระภาษีได้ตามที่ต่างๆ เช่น ไปรษณีย์, ธนาคาร และสำนักงานเขต เป็นต้น โดย เอกสารที่ต้องใช้ก็ได้แก่:

  • เล่มคู่มือจดทะเบียนรถ หน้าปกสีฟ้าๆ
  • ประกันภัย พรบ. ซึ่งต้องมีอายุไม่ต่ำกว่าสามเดือน (ตอนนี้บังคับทำ ใครไม่ทำต่อทะเบียนไม่ได้)
  • ใบตรวจสภาพรถ สำหรับรถที่มีอายุ 7 ปีขึ้นไป
เมื่อได้ข้อมูลตามนี้ก็ต้องหา items เหล่านี้ให้ครบก่อน แน่นอน สมุดคู่มือจดทะเบียน มีอยู่แล้ว พรบ. ก็ต้องทำอยู่แล้ว เพราะพอใกล้หมด ประกัน (ซึ่งใช้ของวิริยะประกันภัย) ก็มีจดหมายเตือนเรียบร้อย ไปจ่ายที่ธนาคารได้ ไม่มีปัญหา

เอาละ ทีนี้ รถคันนี้มันก็ 8 ปีเข้าไปแล้ว ก็ต้องตรวจสภาพกัน ก็พยายามหาที่ตรวจสภาพรถ (ตรอ.) และพยายามหาที่ที่ใกล้ที่อยู่ แถวปิ่นเกล้าหรือบางพลัด มากที่สุด ซึ่ง หาจาก google ค่อนข้างยาก เพราะ ไม่ค่อยมีใครลงทะเบียนไว้ใน google maps :p สรุป ขับหาเอาอาจจะง่ายกว่า พบว่ามีอยู่ตรงแยกบางพลัด (boss เป็นคนเห็น) เลี้ยวเข้าไป บอกว่าตรวจสภาพรถ ต่อทะเบียน เค้าก็ตรวจๆ ไม่ถึง ห้านาที ได้ใบตรวจสภาพรถมาแล้ว จ่ายเงิน 214 บาท (เร็วกว่าใบรับรองแพทย์อีก)

ได้เอกสารครบทุกอย่าง ก็ไปจ่ายตังค์ที่ไปรษณีย์หน้าคลินิก เค้าเรียกเข้าไปนั่งรับรองอย่างดี จัดแจงตรวจเอกสาร เอาซองมาให้จ่าหน้า เอาเอกสารใส่ซอง จ่ายเงิน พันกว่าบาท (รถอายุมาก ภาษีก็ลดลงทุกปีๆ) ดีว่ามีใบเสร็จปีที่แล้ว stapled อยู่กับสมุดคู่มือ ซึ่งมันบอกว่า ภาษีปีนี้ต้องเสียเท่าไหร่ เลยไม่ต้องมานั่งคำนวณ หรือเปิดตาราง สบายไปอีกเปลาะ

ทีนี้ก็คงรอให้ขนส่ง ส่งป้ายสี่เหลี่ยม กับสมุดคู่มือกลับมา ส่วนใบเสร็จที่เราจ่าย สามารถใช้แทนป้ายสี่เหลี่ยมได้สามสิบวันครับ

จบ

Sunday, September 06, 2009

#twittbkk3

วันนี้ได้ไปร่วมงาน twittbkk3 มา อันเป็นงานที่รวมตัวคนใช้ Twitter ในประเทศไทย เพิ่งเคยได้ไปร่วมงานนี้ เนื่องจากตอนที่จัดงานนี้สองครั้งแรก เราดันไม่อยู่ในประเทศไทย...

ทราบรูปแบบงานสองครั้งแรกจาก @phisite ว่า มันเคยมีคนร่วมงานประมาณ 20-30 คน มากินข้าวพูดคุย ทำความรู้จักกัน แต่ปีนี้ twitter ดังเปรียงปร้างเนื่องด้วยตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองของ ท่านผู้นั้น อีกทั้งมันเริ่มฮิตราวกับ virus infection จึงเกิดปรากฏการณ์การมารวมตัวกัน ณ ที่จัดงานเกือบ 300 คน!! (อะไรกันเนี่ย!!)

การจัดงานปีนี้ประกอบด้วย sponsors มากมาย (ดูรายนาม Sponsors ที่ twitthai) รวมทั้งเจ้าใหญ่ๆ อย่าง Dell ที่นำ Dell Mini 9 + 3G และ Latitude มาให้ผู้ร่วมงานได้ประมูลกัน โดยรายได้มอบให้ มูลนิธิเพื่อนช้าง (ขอบคุณ @DellThailand และ Coke ซึ่งบริการเครื่องดื่มฟรีตลอดงานและมีไอเทมร่วมประมูล (รายได้ให้มูลนิธิฯ เช่นกัน) งานนี้คนเหนื่อยสุดคงเป็น @molek ที่แม่งทำทุกอย่างจนงานนี้เสร็จจนได้

วันนี้ออกมาจากศิริราข เนื่องจากแม่ยายไปผ่าเข่าสองข้าง เลยต้องเฝ้ากับ @primmy เมื่อคืนก่อน ออกมาถึงมาตามทางปกติ ผ่านเข้าเอกมัย มาถึงหน้าร้าน เลี้ยวเข้าไป ปรากฏว่า ไม่มีที่จอด = =' เลยขับรถกลับไปจอดที่ Carrefour อ่อนนุช แล้วขึ้นรถไฟฟ้ามา ลงเอกมัยแล้ว เดินเข้าไป ... (#เข้าขั้นบ้าแล้วนะ) จนถึงเอกมัย 28...

มาถึง... @sugree ก็ลงเวทีไปแหล่ว เซ็นชื่อ รับเสื้อเสร็จเดินเข้าไป รับ Coke 1 ขวด เจอ @molek ตบหัว 1 ทีแล้วถามสารทุกข์สุขดิบ @molek แนะนำ @obchoey ตัวจริงเสียงจริง, @sexdrum และคนอื่นๆ ซึ่งจำไม่ค่อยได้แล้ว คนมันเยอะ ต่อมา หันหน้ามาเจอ @escribitionist ถ่ายรูปแล้วทวีตหนึ่งที คุยๆ กันเรื่อง twitter machine ราคามหาโหดกันนิดหน่อยแล้วก็ยืนหันไปหันมาเดินไปเดินมาแล้วก็ออกมาด้านหลัง พบ @sugree, @markpeak, @phisite, @lewcpe ยืนคุยกันแป๊ปๆ ก็ทวีต แป๊ปๆ ก็ทวีต เป็นเหมือนกันทุกคน จนกระทั่ง ได้เวลา @celerachan มา ปรากฎว่า เกือบทุกคนหันไปถ่ายรูป แล้วก็ ทวีต (จะอะไรกันนักกันหนาวะ) - -' แล้วก็เจอ @thanr กับ @poakpong ซึ่งถือกล้องถ้ำมอง คอยถ่ายรูปสาวๆ ตลอดเวลา

หลังจากนั้นเป็นรายการบนเวทีที่เหลือคือ @rawitat ขึ้นมาพูดเรื่อง #usermindset ซึ่งเรียกทั้งเสียงฮาและความสะใจจาก developers ทั้งหลาย ตอนนั้น เดินเข้าไปไม่ค่อยได้คนเยอะ เลยได้แต่ยืนฟังรอบนอก... ถ้าใครอัด vdo ไว้ช่วย post ด้วย

รายการสุดท้ายเป็นการแสดงดนตรีของวง iHear~ มีคุณ @iMenn ร้องนำตาม vdo นี้



แล้วตามด้วยความบ้าบอคอแตกอีกพอสมควร ให้ได้กรี๊ดกัน ช่วงนี้เกาะที่นั่งแถวๆ @celerachan กับ @mitnoi (ที่มาปล่อยของ) กับ @bank_xavi ก่อนแยกย้ายกันไปต่อ ตอนหกโมง

สรุปงานนี้ สนุกดี คนเยอะ, sponsor เยอะ, pretty เยอะ, ฮา และดูเป็นงาน organised มากกว่าเป็นงานทำความรู้จักกัน มีการ present บนเวที ราวกับเป็น barcamp อีกงาน ผู้ร่วมงานเท่าที่เห็นก็ดูมีความสุขดี และคงอยากกลับมาร่วมงานอีก (twitter มันเสพติด :P)

สัจธรรมที่ได้จากงานนี้ (tweet ไปแล้ว)
  • ทุกคนที่มางานนี้ก้มหน้าก้มตาทวีตมาก มากจนสังเกตได้ คนพูดบนเวทีก็พูดไป คนดูก็ดูกับทวีตสลับกัน สมกับเป็น twittbkk
  • การมี conversation สั้นมาก คุยกับ @sugree ไม่เกินสองสามนาทีแล้วต่างคนก็ต่างทวีต แล้วก็เงยหน้าขึ้นมาคุยกัน แล้วก็ลงไปทวีต เป็นแบบนี้สลับกันไป เริ่มคิดแล้วว่า มันเกินไปหรือเปล่า แต่ก็หยุดไม่ได้... - -'
  • งานนี้ Mac โคตรเยอะ จนสงสัยว่า Apple แม่งน่าจะจ่ายค่า sponsor ด้วย :P
  • งานนี้เป็นงานที่รวม smartphone เยอะมาก มีทุกรุ่น ไม่มีโทรศัพท์ที่ทวีตไม่ได้ คาดว่า คราวหน้าลองไปหา htc/Samsung/LG/Wellcome/Nokia/G-net/น้องปอย มาเป็น sponsors บ้างดีมั้ย?
  • ผู้คนอยากถ่ายรูปกับ @sugree มากราวกับ @sugree เป็นหมีแพนด้า?
รูป? ก็เป็นรูปที่ทวีตไปหมดแล้ว ลองตามไปดูได้ที่ twitgoo (ขี้เกียจแปะ)

Tuesday, June 16, 2009

iWork'09

I just want to catch the stream of using licensed software (see Plynoi), in this case, iWork ’09.

I’d bought this with my Macbook in Australia (just A$89 from A$129, so cheap!) but never opened it until I came home. This software package comprises of word processor (Pages), spreadsheet (Numbers) and presentation (Keynote) components. It works well with Thai language, except the annoying backspace which deletes both normal, upper as well as lower level characters at the same time and occurs with every single program that use Apple input method (Firefox is not the case).

Sunday, June 07, 2009

Driving in Bangkok

กลับมาจากออสเตรเลียได้ 3 อาทิตย์ ก็ขับรถเกือบตลอด ทั้งจากบ้านไปรังสิต, ขับไปนู่นไปนี่ ไป Barcamp Bangkok 3 ที่ ม.ศรีปทุม, ขับไปศิริราช, ขับไปทำงานคลินิกที่ทองหล่อ และสุขุมวิท 93 หลังจากที่ห่างหายจากการขับรถในเมืองไทยไปเป็นเวลานาน ทำให้พบว่า การขับรถในเมืองไทย โดยเฉพาะกรุงเทพนั้น เป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก...

Saturday, May 09, 2009

Australia ... we'll miss you.

I've stayed in Australia with boss for almost 5 years. It's been quite a long time... Nevertheless, time flies and it's almost over. Boss is finishing her study and we're going to go home next week...

I don't know what to say but Australia is just like my another home and I'm going to leave it. Anyway, we might come back if the immigration grants us permanent resident visa (which is still not allocated to any officers :P).

Goodbye Australia... we'll miss you mate!

PS. After knowing twitter, I didn't write my blog for a long time... but I will try my best to update this blog :D

Sunday, August 24, 2008

Gay-O-Meter

Found this from Kohsija then tried it myself.

The result is ...



Am I a boring straight guy? By the way, I'm no hate LB.

Saturday, August 23, 2008

Mix blogging

ดอง blog มาเป็นเวลานานมาก เดี๋ยวขอทดไว้ก่อนว่าช่วงที่ผ่านมาทำไรไว้มั่ง ถ้ามีอารมณ์อยากเขียนก็จะเขียน

เรื่องแรกเกี่ยวกับงานที่ทำที่ Monash เรื่องเกิดจากการที่ต้องไปทำงานเกี่ยวกับ student administration ไม่ได้หรูอะไรมาก จริงๆ คือไปตามเก็บรวบรวมรายงานแล้วก็ส่งให้ผู้สอนเอาไปตรวจให้คะแนนต่อไป แล้วก็รับกลับมาเพื่อส่งคืนให้นักเรียนต่อไป เรื่องคือ ดันไปทำรายงานหายระหว่างการขนส่ง (ไม่รู้ตรงส่วนไหน) เนื่องจากไม่ได้มีขั้นตอนการตรวจสอบที่เป็นขั้นตอน แถมเอกสารกองท่วมโต๊ะอยู่ ดีที่ไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นมามาก (แค่ให้นักเรียนส่งรายงานมาใหม่ และไม่มีการปรับโทษคะแนน) เลยต้องพัฒนะระบบการตรวจสอบไว้ก่อนที่มันจะเกิดเรื่องอีก พูดเหมือนหรู จริงๆ คือสร้าง worksheet ไว้บน Excel แค่นั้นแหละ เพื่อเอาไว้ตรวจว่ารับรายงาน ส่งรายงาน ปรับเรื่องสาย หรือมีรายการยืดการส่งรายงาน

ทีนี้เราเห็นว่ามี barcode scanner อยู่ตัวนึงวางอยู่จนฝุ่นจับ แล้วรายงานนักเรียนที่ส่งก็จะต้องมีใบปะหน้าซึ่งมี barcode แทนหมายเลขประจำตัวของนักศึกษาอยู่ด้วย ก็คิดว่ามันควรจะมีโปรแกรมอะไรซักอย่างเพื่อใช้งานตรงนี้ (ไม่งั้นมันจะมี barcode ทำปร๊ะอะไร) ก็เลยไปถามผู้เกี่ยวข้อง ปรากฏว่า มันไม่ได้มีโปรแกรมอะไรเลย!!! เอาไว้ลง ID ของนักเรียนใน Excel (มันมี barcode ไว้ทำปร๊ะจริงๆ ด้วย - -') เอาหละ ด้วยเหตุนี้ เริ่มเห็นว่ามันเป็นอุปกรณ์ที่ไร้ประโยชน์ เริ่มเห็นว่ามันเป็นโอกาสในการพัฒนาอะไรซักอย่างขึ้นมาเพื่อให้สามารถทำงานได้สะดวกขึ้นกว่าการนั่งกด Find แล้วใส่อะไรลงไปใน cell เพื่อเช็ครายงาน นั่นคือ เอา barcode scanner ตัวนี้มาใช้ให้มีประโยชน์มากขึ้น เพื่อการตรวจสอบรายงาน

โดยหลักๆ แล้ว อุปกรณ์ตัวนี้เมื่ออ่าน barcode มันจะเป็นการส่งสัญญาณแป้นพิมพ์เป็นตัวเลขที่อ่านได้จาก barcode แล้วตามด้วยการกด Enter (หรือ carriage return) ตัวอย่างเช่น ถ้าใช้ scanner อ่าน barcode ในโปรแกรม notepad มันก็จะพิมพ์เลขของบาร์โค้ดออกมาแล้วขึ้นบรรทัดใหม่ เราก็ใช้ตรงจุดนี้มาผนวกกับ Excel ด้วย VBA ซะ (ลงทุนซื้อ Excel VBA programming for Dummies มาอ่านเลยนะ) จากที่ไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับ vba เลย แต่ก็เขียนได้ด้วยความร่วมมือของหนังสือกับ Google ตอนแรกกะให้มันหาแถวของนักเรียนเพื่อใส่ "tick" เข้าไปเฉยๆ พร้อมตัวเลือกอีกสองสามอย่าง ไปๆ มาๆ feature มันเยอะขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็ต้องตามเก็บ error handling มากขึ้นเรื่อยๆ เขียนแล้วเริ่มสับสนด้วยเหตุที่เป็นการเขียนโปรแกรมแบบไม่มีการวางแผนล่วงหน้า (เด็กๆ ไม่ควรเอาอย่างนะ) เลยเอาแค่ feature พื้นๆ พอ แล้วเอาที่ต้องการเพิ่มไปใส่ไว้ในอีกโปรแกรมแทน (simply the best) ไว้ว่างๆ จะเอา source code มาลง


เรื่องต่อมาคือ เมื่อเร็วๆ นี้ bid ได้จอ 24" ของ LG (L246WH-BN 1920x1200)จาก ebay มาใช้งานกับ Wii laptop ตัวเดิม บน Windows ไม่มีปัญหา ทำ Extended desktop ได้ สะดวกเวลาทำ spreadsheet ยาวๆ ทีนี้มาบน Debian ... มีปัญหา มันถือสา.. เอ้อ ไม่ใช่ละ มีปัญหาเรื่องทำ extended desktop ไม่ได้ มันแสดงผลออกมาที่ความละเอียด 1920x1200 ทั้งสองจอแบบ clone (คือมันล้นจอ laptop แบบทะลักเลย) ดูท่าทางปัญหาอยู่ที่ไดรเวอร์ของอินเทล i810 ที่ไม่สามารถรับความละเอียดของ virtual space มากๆ ได้ (รู้สึกว่าเต็มที่คือ 2048x2048 เอ๊ะหรือมันเป็นที่ chipset 82852/82855 วะ) ลองตั้งแล้ว startx ก็มืดทุกที ท่าทางจอมันจะใหญ่ไป เอาวะ ถ้างั้นก็ใช้จอ 24" อันเดียวก็ได้แล้วก็ปิดจอ laptop ซะด้วยคำสั่ง

xrandr --output LVDS --off


จบ

เรื่องถัดมา วันก่อนสั่งซื้อ CycloDS Evolution การ์ดยอดฮิตที่ให้คุณสามารถ run โปรแกรม homebrew และ rom เกม (backup หรือ เถื่อน :P) บน Nintendo DS ได้ จากเว็บเดิมที่เคยสั่ง Wii Freeloader ปรากฏว่า พอสั่งเสร็จ วันรุ่งขึ้นท่านลดราคาลงมา A$5 ซะงั้น ... แสรดดด เจ็บใจ แต่ซื้อมา run homebrew เท่านั้น (ใครจะเชื่อ) จริงๆ ลองโหลดเกมมาเล่นสองเกม คือ FF IV DS (ที่ออสมันยังไม่ออกนี่หว่า) กับ Lifesigns: Surgical Unit

FF นั้นจบไปแค่ title เดี๋ยวรอสอยของแท้ต้นเดือนหน้า แต่ Lifesigns เล่นจบบทแรกไปแล้วไม่สนุกอย่างที่คิด (ถ้ามันเป้น manga คงตามอ่าน) ไม่ซื้อละ เดี๋ยวลบทิ้ง

โปรแกรม Homebrew ที่น่าสนใจสำหรับ DS ก็ได้แก่ DSOrganize (โปรแกรม organiser/file manager), DSPaint (วาดรูปแบบสีน้ำ หรือสีน้ำมัน สามารถ playback สิ่งที่คุณวาดได้ ดูสนุกดี), moonshell media player (มันแถมมากับการ์ดทุกตัวมั้ง คงไม่ต้องบอก), Tuna-ViDS (โปรแกรมเล่นไฟล์ avi ที่ encoded ด้วย Xvid บน DS) คิดว่ามีประโยชน์กว่า moonshell ที่ไม่ต้องทำไฟล์ให้เป็น DPG แต่สุดท้ายต้อง encode ใหม่อยู่ดีเพราะไฟล์ที่มีอยู่ resolution มันเกิน พอเปิดแล้ว IO error, SvSIP (โปรแกรม VoIP บน DS) เจ๋งมาก ถ้ามี Wi-fi กับ VoIP account ของอะไรซักอันอยู่ (ดูหัวข้อถัดไป) แต่แนะนำให้ซื้อ headset เพิ่ม เพราะเสียงจาก mic ที่ตัว DS มันไม่ดีเอามากๆ ส่วนนี้ขอไม่ลงลิงก์เพราะขี้เกียจเกิน ถ้าอยากรู้ว่าหาจากไหนถาม Google เอาละกัน


อีกเรื่องคือตอนนี้ boss ไปพบ VoIP สุดถูกเข้าจาก Voipdiscount โดยช่วงนี้ถ้า register แล้วยอมจ่าย €10 (ประมาณ A$18) จะสามารถโทรฟรีกลับเมืองไทย (และอีกหลายประเทศ เช่น USA, Australia) ได้ 120 วัน หลังจากนั้นคิดอัตรา ~3 cent euro ต่อนาทีสำหรับประเทศไทยรวมทั้งโทรศัพท์บ้านและมือถือ เลยถือโอกาสทดลองใช้บน Debian ด้วย ตอน register กับเจ้านี้ต้องดาวน์โหลดโปรแกรม (Windows เท่านั้น) มาก่อนถึงจะลงทะเบียนได้ แต่หลังจากนั้นก็แค่ใส่ค่า SIP parameters ต่างๆ ที่มีให้บนเว็บลงไปในโปรแกรม client เช่น Ekiga หรือ SvSIP บน NDSL ก็สามารถโทรเข้าโทรศัพท์บ้านได้ทันที เจ๋ง ตอนใช้ SvSIP ก็กดเลขโทรศัพท์ลงไปได้เลย (เป็น international format เช่น โทรเข้าโทรศัพท์บ้านที่กรุงเทพก็ 6621234567) แต่พอใช้ Ekiga นี่งงอยู่พักนึง สุดท้ายก็ถึงได้รู้ว่า ต้องใส่ @sip.voipdiscount.com ลงไปด้วย โทรบน Debian เสียงก็ยังชัดแจ๋ว

จบดีกว่า ว่าจะสั้นๆ ไหงยาวเป็นโยชน์

Saturday, June 28, 2008

Some tips about hard disk

Just faced a 24-mount forced check by fsck today (on Debian using ext3). So I'd like to increase mount times to 2 folds before beginning the forced check. After googling around a bit, I found it here.

$sudo tune2fs -c 60 /dev/hda6


This means the maximum mount time increases to 60 times before starting the forced mount check. Anyway, it is not a good idea to disable the forced check.

Next is to find the UUID (Universally Unique Identifier) of the hard disk. It is useful to identify your hard disk regardless of order of installation. For example, if the first hard disk is sda and the second hard disk is sdb and they both have different file system. When you swab the cable (and port) this nomenclature will change and what in /etc/fstab will not work. But if the UUID is used, both hard disks are still be mounted correctly. Alright, this is how to get your UUID:


Use ls


$ ls -l /dev/disk/by-uuid/
total 0
lrwxrwxrwx 1 root root 10 2008-06-28 21:05 B628CC5228CC1373 -> ../../hda1
lrwxrwxrwx 1 root root 10 2008-06-28 21:05 bb34fd58-ca7a-499e-a74c-fe8ba771a148 -> ../../hda6
lrwxrwxrwx 1 root root 10 2008-06-28 21:05 c1fdb5ad-05d6-47f5-b6eb-852bb834df55 -> ../../hda7


or this command


$ blkid /dev/hda6
/dev/hda6: UUID="bb34fd58-ca7a-499e-a74c-fe8ba771a148" TYPE="ext3"


That's all for today...

Sunday, June 08, 2008

Life with Debian - memo

วันก่อนหาเรื่องยุ่งโดยการพยายามอัปเกรด Kubuntu Gutsy ให้เป็น Hardy โดยเริ่มจากการใช้ upgrade wizard ให้อัปเกรดผ่านเครือข่าย (เพราะโควต้าของเดือนเหลืออีกเยอะ) หลังจากทำเสร็จบูตใหม่มีปัญหาเม้าส์ใช้ไม่ได้ซะงั้น (แต่ trackpad ใช้ได้) เลื่อนตัวชี้เม้าส์ไม่ไปเอาเลย ตอนนั้นยังมึนๆ ไม่มีความคิดในการค้นหาข้อมูลอะไรเท่าไหร่ และไม่รู้ด้วยว่าเกิดจากอะไร (ตอนนี้พอคาดได้ว่าอาจเกิดจากการหันไปใช้ x.org 7.3 และเกิดความไม่เข้ากันบางประการกับ evdev เพราะตอนเปลี่ยนมาเป็น Debian ก็คล้ายๆ กัน) แต่รู้สึกว่า ถ้าใช้พวก *buntu ควรจะ out of the box เลยตัดสินใจลองลงใหม่แบบ clean install (ก็ไม่สะอาดมาก ยังเก็บพวกแฟ้มตั้งค่าทั้งหลายเอาไว้ใน /home partition) ลงเสร็จก็อัปเกรดแพ็คเกจต่างๆ ตามที่มันเตือนให้อัปเกรด เสร็จแล้วลองใช้ไป เจอปัญหาเดิม - -' แถมด้วยทีนี้ล็อกเอาท์ไม่ได้ พอล็อกเอาท์แล้วหน้าจอมืดไปเลย แต่ถ้า shutdown ไปเลยหรือ reboot ได้ตามปกติ ตอนนั้นคิดได้ว่า...

  1. ไม่น่าเลยกู ใช้ Gutsy ได้ดีๆ ไม่เอา
  2. LTS=ต้องรอไปใช้ปีหน้ารึเปล่าฟะ ชักเหมือน M$ ที่ถ้าจะเปลี่ยนจริงๆ กรุณารอ SP[123...]
  3. มีตัวอย่างเยอะแยะ เช่น Plynoi เป็นต้นทำไมไม่เชื่อมัน (เค้าว่ากาลามสูตรไง :P)
  4. ...

เป็นต้น

ทีนี้ชั่งใจอยู่นานว่าจะเอาไงกะมันดี ทั้งมีคนยุให้ลง gentoo ซะเลย แต่ก็อย่างที่บอกผมรู้สึกว่า gentoo นี่มันเสียเวลาทำมาหากิน เลยตัดสินใจลง Debian ดีกว่า หลังจากคราวที่แล้วลงไปแล้วไม่สัมฤทธิ์ผล หันกลับไปหา Gutsy ใหม่ เอาเหอะ ลงก็ลง ไหนๆ ก็รู้สึกว่า Hardy มันไม่ค่อยสมบูรณ์ คราวนี้ทำใจกล้าลง debian unstable ซะเลย ใหม่ดี เหอๆ

เริ่มจาก ดาวน์โหลด testing snapshot CD + KDE ของวันที่ 02062008 มาซะเผาลงแผ่นแล้วก็บูต จัดการ format partition ที่เป็น system เดิมแล้วให้ mount /home ที่เก่า (แนะนำให้แบ่ง /home เป็นอีก partition นึง ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด การตั้งค่าต่างๆ เกือบทุกอย่างและข้อมูลในนั้นยังอยู่ครบ) ลงแผ่นนึงแล้วให้มันดาวน์โหลดที่เหลือจากอินเทอร์เน็ต คืนนั้นใช้เวลาไปกว่าสามชั่วโมง เพราะว่าช่วงนี้ noise ในสายโทรศัพท์มันเยอะเป็นบ้า ความเร็วตกเหลือไม่ถึงเม็ก T_T (วันก่อนทำความสะอาดไปได้มา 6 เม็กกว่าๆ อีกไม่กี่ชั่วโมงกลับไปเท่าเดิม T_T)

เอ้า ลงเสร็จบูตใหม่ ไหง kdm ไม่ขึ้น ขึ้นแต่ login prompt...

แสรดดด ...

เอ หรือว่ามันจะมีการบูตด้วย runlevel ที่ไม่มี graphic mode ลอง startx ซิ

ได้ผล ... ขึ้น TWM ไม่ใช่ KDE ... แสรดดด

ลองเล่นๆ ดู โคตร primitive แต่ยังดีที่ยังมีอย่างอื่นมาพอสมควร -> iceweasel เป็นต้น เลยยังพอ surf อินเทอร์เน็ตได้ ระหว่างนั้นลอง apt-get นู่นนี่อีกหลายอย่าง ปรากฏว่ามีมั่งไม่มีมั่ง กำลังสงสัยว่าเป็นที่แหล่งสำเนา (mirror) หรือเปล่า (ใช้ของ aarnet.edu.au) เลยเปลี่ยนแหล่ง repo เป็น ftp.au.debian.org แล้วก็เปลี่ยน dist จาก lenny เป็น unstable ทั้ง main, contrib, non-free ซะ ก่อนที่จะ
#apt-get update
#apt-get dist-upgrade


เอาล่ะ ทีนี้นั่งหา window manager ที่มัน primitive น้อยลงหน่อย เผอิญหันไปเห็น Window Maker เลยเอานี่แหละ เรียบ ง่าย สวย เร็ว เล่นไปเล่นมาซักพัก ก็จัดการ add printer ก่อนผ่าน CUPS (localhost:631) เรียบร้อย ก็ยังเหลืออะไรที่ต้องทำเพิ่มให้มันใช้ได้เหมือนตอนใช้ kubuntu อีกพอสมควร

ก่อนอื่นคือติดตั้ง KDE :P

ลงเสร็จ amarok มันเล่น mp3 ได้เลยแฮะ ไม่รู้มันเอา codec มาจากไหน ยังงงๆ อยู่

ต่อไปคือ ผมติดการใช้ sudo ซะแล้ว แต่ตอนนี้ต้อง su แทน ก็เลยลง sudo แต่ก็ยังใช้ไม่ได้เพราะว่า ยังไม่ได้ใส่ชื่อตัวเองลงไปใน sudoers จริงๆ ก็ไม่ได้รังเกียจ su หรอก แต่ว่าบางที apt-get อะไรทิ้งไว้ก่อนเข้านอน พอเสร็จมันก็เป็น root อยู่อย่างนั้นมันเสียวๆ ไงไม่รู้ สรุปก็เพิ่มชื่อตัวเองเข้า sudoers chmod +w ให้เขียนได้ก่อนแล้วเพิ่ม

user_name ALL=(ALL) ALL


เพื่อให้ใช้คำสั่งได้ทุกเครื่องทุกคำสั่ง จากนั้นบันทึกแล้วเปลี่ยน permission กลับเป็น 440 เหมือนเดิม

ต่อไปทีนี้เป็นเรื่องการเข้าถึงไดรว์ฟ ntfs ปรากฎว่า ไม่สามารถเมานท์ได้ในฐานะ user ปกติ โดยใช้ ntfs-3g ก็ตามหากันต่อไปว่าทำอย่างไรดี หาไปหามาก็เจอที่เว็บของเค้าเองแหละ ก่อนอื่นลง FUSE ซะก่อน (libfuse2, fuse-utils) แล้ว add ตัวเองเข้ากลุ่ม fuse, disk จากนั้นเปลี่ยน permission โปรแกรม ntfs-3g โดยการ setuid root ให้ซะ แบบนี้

sudo chmod 4755 /usr/bin/ntfs-3g


ซึ่งจะทำให้ permission มันกลายเป็น

$ ls -l /usr/bin/ntfs-3g
-r-Sr-sr-t 1 root root 35460 2008-05-29 05:22 /usr/bin/ntfs-3g


แล้วอย่าลืมเติม entry เข้าไปใน /etc/fstab ด้วย แบบนี้

/dev/hda1     ntfs-3g     user,noauto,rw,umask=0,nls=utf8    0     0


ทีนี้เราก็สามารถเมานท์ ntfs ได้ในฐานะ user ทั่วไปแล้ว แถมเขียนได้ด้วย เฮ่อ~~

ยังไม่จบแค่นี้ ยังต้องหาทางทำให้เม้าส์ VX Rev. มันใช้ได้ครบทุกปุ่มก่อน ลอง evdev ตอนนี้ยังไม่ work ตรง side scroll มันไม่เจอว่าเป็นปุ่ม ตรง Zoom อีก ถ้าทำได้แล้วก็จะมาบันทึกเพิ่มต่อไป


Sunday, June 01, 2008

Damages after owning a Wii

Well, yeah, it's been 6 months or so since I've owned a Wii. After that, I bought some games as well as accessories such as a stand with wiimote charger, another set of wiimote and nunchuck, etc.

Well, as I've seen this entry from Plynoi, I'd like to show my damages after owning a Wii, albeit this is still not final (my further plan is to own a DS Lite :P).

Right, these are my damages...

  • Wii Sports (included with console)

  • Surf's Up (came with console as a promotion from Kmart; traded off for A$17 as I bought Dancing Stage :P)

  • Wii Play (a Wiimote included)

  • Legend of Zelda: Twilight Princess (a Nunchuck included)

  • Mariokart Wii (Wii Wheel included)

  • Dancing Stage: Hottest Party (or Dance Dance Revolution in JAP and US; Dance mat included)

  • Wii Fit (Balance board included)


Wii titles

Wii titles, see disks



PS. My Mariokart Wii WFC no. is 4296-3365-9283, if somebody would like to add mii~~

Saturday, May 03, 2008

Kiss Me Good-Bye

ไม่มีอะไรครับ วันนี้นึกครึ้มอัดเพลงเล่น ด้วยกีต้าร์เก่าๆ หนึ่งตัว (มีคนให้มา), Laptop เก่าๆ หนึ่งตัว (ที่พัดลมดังโคตร), ไมค์ห่วยๆ ที่อยู่กับ headset แล้วก็ Audacity 1.2.4 (อันนี้ไม่ห่วย)

อัด 2 tracks อัดคอร์ดกับ riff ก่อน แล้วตามด้วย melody อัดไปๆ ไหง melody มัน lag สุดฤทธิ์ขนาดนี้ เหมือนมันเขียนลงฮาร์ดดิสก์ไม่ทัน - -' สุดท้ายต้องมานั่งแต่งเรื่อง time กันนิดหน่อย

ถ้าคิดว่ามันดีก็เม้นต์หน่อยนะครับ ถ้าคิดว่ามันห่วย ... ผมก็รู้หรอกว่ามันห่วย ... เอาไว้ครึ้มๆ อีกจะอัดแก้แล้วกัน

Friday, April 25, 2008

WiiTM MARIOKARTTM

At last! After a long wait, it's mine...

Actually, at the beginning, it's my Boss's demand from a month or two ago. But now it's my own will to get it. Mariokart for Wii has been release in Australia on 24 April, yes it's yesterday. I had a plan to buy it yesterday, however, couldn't make it to the store.

Today, the ANZAC Day, I'd gone to a department store in the morning (I mean before noon :P) but all stores opened 1pm today (damn it!). However, after that, I went to Chadstone and try to find a cheap one. After I went to JB-Hifi ($79, but will be cheaper when trading in an old game) and Kmart ($77) , I couldn't find one as it's sold out!! (sold out... a day after released). Alright, my last resort was EB Games, nevertheless, while I was on the way, I went into Toys 'R' Us. How lucky I am, there was 2 boxes left, so I got one at AU$75 ^_^ Woo Hoo~~

mariokart01

mariokart02

Friday, April 18, 2008

A tough week

I'm now working as a prac lab technician in Dept of Physiology, Monash University. In fact, it seems not only a technician job but also an organiser. Because I have to organise and make pracs run smoothly.

Alright, this week is quite tough because we had a Med lung function prac on Tuesday morning, rabbit ileum prac, as well as taste and touch prac in the afternoon. Additionally, Female Reproduction II prac was held on Thursday and today. Problems ran into Med lung function as we didn't have this prac last year and no one knew how to set things up. This prac was dealing with figuring out the total lung capacity (TLC) using He dilution method which involved the use of a spirometer, connected to a MacLab, helium and oxygen. Also, we have TLCO, a test that measures the diffusing capacity of the lung using carbon monoxide, which requires a special mixture of gases (He/CO), and a special analyser (which seems that no one know how to use it :P). To make this prac running, we needed to prepare things before hand by ordering that special gas (express service, ~$200 added) and trying to get somebody who is familiar with the analyser to set it up but we had no any luck. However, everything ran quite smoothly as the instructors (or lecturers) from The Alfred seem to know how to operate those things. Everything was relieved...

Today, when I cleaned things up and brought down the gas cylinder to its storage, guess what! I found the He/CO from the past year... And 17,000 kPa of gas is still left in there!! Alright, just keep this under the carpet :P At least, we already have 2 cylinders of the special gas so we need not to order it for a long time in the future (if this prac still persist).

That's the end of this tough week...

Monday, April 14, 2008

My Desk



จากที่ติดม่อนไว้ ตอนนี้ก็เอามาลงให้แล้ว ... ไม่เหลือใครให้ tag แล้วว่ะ

ปล. แถม เห็นกำลังฮิต

drrider@Kuuga:~$ history |awk '{a[$2]++} END{for(i in a){printf "%5d \t%s \n",a[i],i}}' |sort -rn|head
129 cd
89 ls
69 sudo
35 svn
14 ping
14 iwconfig
10 scripts/update_xml
10 meinproc
8 echo
8 clear

Sunday, April 13, 2008

Desktop tag...

ชิบโป๋ง ลืมเสียฉิบ โดน tag มาจาก ม่อน เนื่องด้วยช่วงนี้งานรัดตัว (อ้วนๆ) แถมลืมพกกล้องไปที่ทำงานเพราะมันอยู่ในกระเป๋า Boss ก็เลยไม่ได้ post ไอ้ desktop tag มาซักกะที

ดังนั้นขอติดไว้ก่อน แหะๆ เมื่อไหร่ไม่ลืมกล้องไปแล้วจะโพสต์ให้เน้อ~~

ปล. สุขสันต์วันสงกรานต์ครับ อย่าเมาแล้วขับนะ สงสารหมอที่ต้องอยู่เวรช่วงสงกรานต์กันบ้าง :P

Sunday, April 06, 2008

KDE 4.1 is coming: I'm panicking!!!

I had no idea about releasing date of KDE 4.1 which the KDE team claims that this release will bring large improvements to KDE desktop. However, from KDE 4.0.3 release note (they might state this in the previous release note but I haven't noticed that :P) they claim that the release date may be some times in July this year (it is possible that the date will be delayed as usual, though :P). And that makes me panic!! Because I'm currently mainly translating the stable release (4.0.x) and that's not a good idea.

So, to other translators, it is a good idea to proceed to the trunk branch translation.

Thank you :)

Sunday, March 30, 2008

KDE4.0 Tip

KDE4 has been released for a while (currently 4.0.2). As you can see, although many things in KDE4 look cool, it still needs a really, really hard effort to polish things up to be used in the real world. I have struggled in using KDE4 as my main desktop environment. One trouble arises from my own hardware, an aged laptop using the old Intel graphic which has not adequate power to handle composting correctly. The other is its own interface. Plasma panel, widgets and many desktop effects are cool but some functionalities are reduced so that it can't get the job done. For example, you can't move widgets in the panel, just add or remove. Furthermore, you can mess up the desktop easily either by the way you config it or their own bugs.

Alright, if you just mess your desktop up, I have a tip for you to reset it to the beginning state.

Firstly, fire up the terminal (Konsole or Yakuake, or your favourite terminal) and type down these commands:

kquitapp plasma
rm ~/.kde4/share/config/plasma-appletsrc
plasma


The 'kquitapp plasma' will terminate the plasma session and your desktop will become dark screen. Make sure that terminal window is still opened.

The 'rm ~/.kde4/share/config/plasma-appletsrc' will remove desktop setting file.

The 'plasma' will restart your plasma session and a new setting file will be created. Then your desktop will return to beginning state.

See you next time...